Asus Transformer Book สุดล้ำ

คอลัมน์รีวิว โน้ตบุ๊ก แท็บเล็ต เดส์กท็อป วันนี้ นำเสนอ Asus Transformer Book Trio 3 in 1 ด้วยแนวคิดที่ผสมผสานการใช้งานทั้งเดสก์ท็อป แท็บเล็ต และโน้ตบุ๊ก ส่งผลให้ Asus Transformer Book Trio ถือเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจ สำหรับผู้ที่ต้องการเครื่องมือที่ครบถ้วนในเครื่องเดียวจาก 2 ระบบปฏิบัติการอย่างวินโดวส์ 8 และแอนดรอยด์ให้ได้ใช้งานกัน

Asus Transformer Book สุดล้ำ

เพียงแต่ด้วยการที่รองรับการใช้งานแบบแยกชิ้นกัน ทำให้เวลานำมาประกอบรวมกันเพื่อใช้งานเป็นโน้ตบุ๊ก จะมีน้ำหนักค่อนข้างมาก ส่งผลให้อาจเกิดปัญหาเวลาต้องพกพา แต่ถ้าแยกใช้งานกันไปก็ถือว่าน่าสนใจ เพราะทางเอซุส ได้ใส่แอปฯที่จะมาช่วยให้สามารถโอนย้ายข้อมูลระหว่างแอนดรอยด์ และวินโดวส์ได้ด้วย

สำหรับการออกแบบและสเปก ในแง่ของการออกแบบต้องถือว่าเอซุส ทำการบ้านมาค่อนข้างดี กล่าวคือผสมผสานการดีไซน์ของแท็บเล็ต และโน้ตบุ๊กได้ลงตัว เมื่อแยกชิ้นส่วนออกมาเป็นเฉพาะแท็บเล็ตก็ใช้ดีไซน์ขอบโค้งเพื่อช่วยให้ตัวแท็บเล็ตดูบาง ประกอบกับวัสดุที่ใช้เป็นอะลูมิเนียมผสมกับพลาสติก ทำให้ตัวเฉพาะตัวหน้าจอมีน้ำหนักอยู่ที่ราว 800 กรัม

ส่วนตัวฐานของเครื่อง แม้ว่าจะใช้ดีไซน์ให้ใกล้เคียงกับอัลตร้าบุ๊ก แต่เนื่องมาจากมีการใส่สเปกเข้าไปค่อนข้างสูง ประกอบกับแบตเตอรี และฮาร์ดดิสก์ ทำให้ตัวฐานดูค่อนข้างหนา ซึ่งน้ำหนักของฐานจะอยู่ที่ราว 1 กิโลกรัม ส่วนด้านหน้าจะมีหน้าจอของแท็บเล็ตที่ให้มาจะอยู่ที่ 11.6 นิ้ว ซึ่งเป็นจอแบบ IPS รองรับการสัมผัสแบบมัลติทัช ให้ความละเอียดสูงสุดที่ 1,920 x 1,080 พิกเซล โดยมีกล้องหน้าอยู่ที่ความละเอียด HD แต่ทั้งนี้ก็น่าเสียดายที่ขอบจอดูหนาไปสักหน่อย ทำให้ตัวแท็บเล็ตมีขนาดใหญ่ตามไปด้วย

Asus Transformer Book สุดล้ำ

ด้านหลังนั้น จะเห็นได้ชัดถึงลายของอะลูมิเนียมชัดเงา ที่มีตราสัญลักษณ์ของเอซุสอยู่ตรงกลาง โดยมีกล้องความละเอียด 5 ล้านพิกเซลอยู่ที่มุมขวาล่าง และปุ่มปรับระดับเสียง และเปิดปิดเครื่องที่มุมขวาบน และด้านล่าง ถือเป็นด้านเดียวของขอบเครื่องที่มีพอร์ตต่างๆให้ใส่ไมโครเอสดีการ์ด ช่องเสียบสายไมโครยูเอสบีสำหรับชาร์จ ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และตรงกลางเป็นพอร์ตสำหรับเชื่อมต่อกับฐานคีย์บอร์ด

ในส่วนของฐานคีย์บอร์ด จะเห็นถึงความแน่นหนาในส่วนของข้อต่อที่เชื่อมต่อกับตัวแท็บเล็ต ว่ามีล็อกที่มั่นคงไม่หลุดแน่นอน ในการใส่ก็เพียงแค่เสียบลงไปให้ล็อกทำงาน ส่วนการถอดก็ให้กดปุ่มปลดล็อกตรงกลาง แล้วดึงแท็บเล็ตออกตรงๆ เมื่อเชื่อมต่อกับฐานแล้วตัวเครื่องจะสามารถใช้งานได้ทั้งระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ที่อยู่ในส่วนของแท็บเล็ต และเรียกใช้งานระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 8 ที่อยู่ภายในฐาน ได้จากการกดปุ่มสลับระบบปฏิบัติการที่อยู่บริเวณมุมขวาบน ใกล้เคียงกับปุ่ม f12 ซึ่งบริเวณดังกล่าวจะมีไฟแสดงสัญลักษณ์ว่าตัวฐานทำงานอยู่หรือไม่ด้วย

สำหรับปุ่มคีย์บอร์ดที่ให้มาถือว่ามีขนาดมาตรฐาน เสียอย่างเดียวยังไม่มีการใส่ไฟแอลอีดีมาเพื่อให้ใช้งานในตอนกลางคืนด้วย ทั้งนี้ในการใช้งานคีย์บอร์ดควบคุมนั้นสามารถใช้ได้ทั้ง 2 ระบบปฏิบัติการ ทำให้ช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้งานเป็นอย่างมาก และสำหรับในส่วนของฟีเจอร์ที่ให้มาภายในเครื่องจุดที่เด่นที่สุดก็คงหนีไม่พ้นระบบการสับเปลี่ยนระหว่างแอนดรอยด์ และวินโดวส์ ที่ผู้ใช้สามารถกดได้จากปุ่มสลับ OS บริเวณด้านขวาปุ่ม f12 ซึ่งความโดดเด่นของระบบนี้คือ แม้จะสลับจากแท็บเล็ตแอนดรอยด์ไปใช้โน้ตบุ๊กวินโดวส์ แต่ตามจริงแล้วระบบแอนดรอยด์ในแท็บเล็ตก็ยังทำงานอยู่ เพื่อให้ผู้ใช้เลือกกลับมาเล่นแท็บเล็ตได้ ระหว่างรอโหลดโปรแกรม หรืออะไรก็ตามในวินโดวส์ได้

ทั้งนี้ในส่วนของระบบแท็บเล็ตแอนดรอยด์ ความสามารถส่วนใหญ่จะเหมือนกันใน Asus Fonepad 7 ดังนั้นถ้าสนใจถึงความสามารถของแอนดรอยด์ใน Tranformer Book Trio ก็สามารถย้อนกลับไปอ่านได้

รายละเอียดเพิ่มเติมอ่านได้ที่ http://manager.co.th/CBizReview/viewNews.aspx?NewsID=9570000013299


Social Comment

Loading Facebook Comments ...

Leave a Reply