ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ รอวัน ตกกระป๋อง

คลื่นลูกใหม่ย่อมไล่ล่าคลื่นลูกเก่าอยู่เสมอ เหตุใดเล่าเทคโนโลยี หรือเทรนด์ใหม่จะเข้ามาแทนเทรนด์เก่าคร่ำครึไม่ได้ นี่คือธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ ที่กำลังรอวันที่จะถูกเรียกว่าเป็นของตกยุคล้าสมัย เนื่องจากอนาคตที่สดใสของอีคอมเมิร์ซไทย จากมุมมองของนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตลาด ดอท คอม จำกัด ในเครือราคุเท็น นายปฐม เวชสุภาพร ผู้อำนวยการฝ่ายดิจิตอลมาร์เก็ตติ้ง บริษัท ทีวีไดเร็ค จำกัด (มหาชน) และนายณัฐวุฒิ พึงเจริญพงศ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อุ๊กบี จำกัด ที่เห็นตรงกันว่า ในปี 2556 จะเป็นปีที่ห้ามกระพริบตาของอีคอมเมิร์ซไทย หลังระบบโครงสร้างพื้นฐานช่วยสนับสนุนด้านการซื้อสินค้าออนไลน์มีมากขึ้น จากงานประชุมประจำปีของสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย

AudioText หรือที่เรารู้จักกันในนามบริการ 1900 ระบบนี้ เชื่อว่าใครที่อายุ 20 ปีขึ้นไป คงต้องเคยเห็นหรือผ่านตามาบ้าง กับบริการที่ผู้ใช้สามารถสั่งซื้อคอนเทนต์ต่างๆ ด้วยการกดหมายเลขพิเศษ 1900-xxx-xxx โดยค่าบริการของระบบดังกล่าวนี้ ตกนาทีละ 9 บาท ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่มากพอสมควร แถมระหว่างการใช้บริการ ผู้ให้บริการออดิโอเท็กซ์จะพยายาม ‘เตะถ่วง’ ผู้บริโภคให้ไม่สามารถใช้บริการคอนเทนต์ให้เสร็จสิ้นได้ภายใน 1 นาที พูดง่ายๆ พยายามยื้อให้ลูกค้าเสียเงินมากที่สุดนั่นเอง

Web Catalogue เป็นบริการด้านการค้าขายสินค้าออนไลน์ที่ไม่สมบูรณ์ กล่าวคือ บริการของ Web Catalogue จะมีแค่หน้าเว็บ พร้อมกับการแสดงสินค้า แต่ไม่มีระบบการสั่งซื้อผ่านหน้าเว็บ จำเป็นต้องอาศัยการโอนเงินผ่านตู้เอทีเอ็ม และไม่สามารถชำระผ่านบัตรเครดิตได้ บริการดังกล่าวนี้ ใกล้สิ้นอายุขัยเต็มที ภายหลังจากที่ปัจจุบันการขายสินค้าออนไลน์ผ่านตัวแทนอย่างตลาดดอทคอม หรือดีลฟิช กลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจกว่า รวมไปถึงการขายสินค้าผ่านเฟซบุ๊ก ก็ถือว่าเป็นการเข้ามาเบียดพื้นที่ของเว็บแคทตาล็อกเช่นกัน เพราะไม่ต้องมาเสียเวลาต่ออายุโดเมนเนม และเสียค่าบริการโฮสติ้งใดๆ ทั้งสิ้น

SMS Marketing ปัจจุบันมือถือไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน หรือฟีเจอร์โฟนก็ตาม กลายเป็นปัจจัยที่ 5 ที่มนุษย์เดินดินมิอาจห่างกายได้ จึงทำให้เกิดการทำตลาด ชักชวนซื้อขายสินค้า ผ่านระบบ SMS ซึ่งบริการดังกล่าวนี้ ในปี 2556 อาจกลายเป็นอีกบริการหนึ่งที่พร้อมตกยุคได้เช่นกัน เนื่องจากว่า การทำ SMS Marketing นั้นมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง อีกทั้งผลที่ได้รับถือว่าไม่ค่อยคุ้มค่าต่อการลงทุน

ปัจจุบันผู้ใช้มือถือส่วนใหญ่ รู้สึกเหนื่อยหน่ายใจกับการที่ต้องคอยลบข้อความจำพวก SMS ขยะลงสู่ถังจนผู้ใช้มือถือบางรายถึงขั้นยกหูกดโทรศัพท์แจ้งเจตจำนงต่อโอเปอเรเตอร์ว่า ไม่ต้องการรับข่าวสารใดๆ ทั้งสิ้นผ่าน SMS ที่สำคัญที่สุด เวลานี้เมื่อเทคโนโลยีก้าวหน้ามากขึ้น อินเทอร์เน็ตเริ่มเข้ามามีบทบาททำให้สามารถเข้าถึงบุคคลได้ทุกเพศ ทุกวัย จนเกิดเครือข่ายสังคม เข้ามาเป็นช่องทางในการทำตลาดที่ดีกว่า ทำให้แบรนด์ที่ต้องการทำการตลาดผ่านระบบเก่านี้ สามารถหันมาใช้เครือข่ายสังคมที่แทบไม่ต้องเสียค่าบริการใดๆ แถมยังสามารถบอกต่อได้ครบถ้วน ตรงเป้าหมาย และทั่วถึงกว่าอีกด้วย

Digital Download การถือกำเนิดของสมาร์ทโฟน ก่อให้เกิดตลาดใหม่ๆ ที่น่าสนใจอย่างตลาดแอปพลิเคชัน อีบุ๊ก รวมไปถึงวงการเพลงด้วย ในอดีตตลาดของเพลงนั้น จำกัดอยู่แค่การซื้อเทป-ซีดี ก่อนที่จะเข้าสู่ยุค 2000 ที่เป็นยุคของการดาวน์โหลดเพลง MP3 และบรรดาค่ายเพลงจึงเริ่มปรับกลยุทธ์การตลาดของการดาวน์โหลดเพลงให้อยู่ในรูปแบบของ Digital Content โดยมีการกำหนดรหัสศิลปิน และรหัสเพลง เพื่อดาวน์โหลดลงสู่มือถือ

แต่ในเวลานี้ยักษ์ใหญ่อย่างแอปเปิล ได้เปิดบริการซื้อเพลง ไม่ว่าจะเป็นเพลงไทยหรือเพลงต่างประเทศผ่าน iTunes ได้แล้ว จุดนี้อาจทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจที่จะเลือกซื้อเพลงจาก iTunes มากกว่าที่จะซื้อ ผ่าน Digital Download ตรงที่ว่า ถ้าซื้อเพลงผ่าน iTunes เพียงแค่เสิร์ชชื่อเพลงก็สามารถซื้อได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องจดจำรหัสศิลปิน หรือรหัสเพลงให้เสียเวลา

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์