Sony บอกลา VAIO

อะไรในโลกล้วนอนิจจัง คือไม่มีสิ่งใดแน่นอนนั่นคือความแน่นอนที่สุด เมื่อล่าสุดเร็วๆ นี้เจ้าพ่ออิเล็กทรอนิกส์แดนอาทิตย์อุทัยนาม Sony ได้ประกาศขายธุรกิจผลิตคอมพิวเตอร์พีซีชื่อดังอย่าง VAIO ของตัวเองทิ้งไปอย่างเป็นทางการให้กลุ่มทุนญี่ปุ่น ที่ชื่อว่า Japan Industrial Partners (JIP)

Sony บอกลา VAIO

โดยทางโซนี่เองไม่ได้เปิดเผยมูลค่าทรัยพ์สินที่ขายไป ผลจากการตัดสินใจครั้งนี้ทำให้โซนี่พร้อมหยุดวางแผน, ออกแบบ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับธุกิจคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล เรียกว่าเป็นการกล่าวคำอำลาหรือซาโยนาระแบรนด์ Sony VAIO อย่างแท้จริง

ย้อนกลับไปในอดีตเมื่อชื่อแบรนด์ VAIO นั้นเรียกย่อมาจาก Video Audio Integrated Operation และ Visual Audio Intelligent Organizer เป็นแบรนด์สำหรับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่โซนี่เปิดตัวตั้งแต่ปี 1996 ที่ผ่านมา โซนี่เปิดตัวนานาอุปกรณ์ภายใต้แบรนด์นี้อย่างต่อเนื่อง เช่นการแตกไลน์ VAIO P เพื่อบุกตลาดคอมพ์รุ่นจิ๋วพกพาง่าย หรือการแจ้งเกิด VAIO Pro อัลตราบุ๊กพลังสูงตัวบางเฉียบ รวมถึง VAIO Tap ซึ่งเป็นคอมพ์ลูกผสมหรือไฮบริด

การขายกิจการ Sony VAIO ทำให้กลุ่มทุน JIP มีอำนาจเข้ามาควบคุมการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับ Sony VAIO ทั้งหมด โดยโซนี่ให้เหตุผลที่ทำให้ต้องตัดสินใจเช่นนี้ว่าเป็นเพราะ “ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่” ในตลาดคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล

เมื่ออ้างเช่นนี้ โซนี่จึงเชื่อว่าหนทางที่จะแก้ไขปัญหานี้ได้ คือการให้ความสำคัญต่อสินค้ากลุ่มโมบายล์ขนาดพกพาทั้งสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตเป็นหลัก ทำให้จำเป็นต้องโยนธุรกิจที่ทำกำไรได้น้อยอย่างพีซีไปสังกัดบริษัทใหม่

แม้จะไม่มีการเผยมูลค่าของข้อตกลงซื้อขายครั้งนี้ แต่สื่อญี่ปุ่นประเมินว่าน่าจะอยู่ระหว่าง 4-5 หมื่นล้านเยน เบื้องต้นมีการประเมินว่าดีลดังกล่าวจะสำเร็จผลในปลายเดือนกรกฎาคมนี้ และบริษัทใหม่ในเครือ JIP จะเข้ามาดูแลการจำหน่ายคอมพิวเตอร์แบรนด์ VAIO ต่อไปในญี่ปุ่น

เหตุผลที่ทำให้แบรนด์ VAIO (ไร้คำว่า Sony) ยังมีโอกาสทำตลาดได้ต่อไป คือภาพลักษณ์การเป็นคอมพิวเตอร์ดีไซน์หรูระดับไฮเอนด์ ซึ่งทำให้ VAIO มีสาวกกลุ่มหนึ่งที่คอยสนับสนุนเพราะความชื่นชอบส่วนตัว ถือเป็นหนึ่งในจุดเด่นที่ดีของ VAIO แม้ VAIO จะทำให้โซนี่ต้องขาดทุนมากมายเพราะยอดขายพลาดเป้าในเวลาที่ตลาดพีซีซบเซา

เพื่อให้การทำตลาดคอมพ์แบรนด์ VAIO ดำเนินไปอย่างไม่สะดุด บริษัทในเครือ JIP วางแผนจะว่าจ้างพนักงานโซนี่เดิมราว 250-300 คน ขณะเดียวกัน โซนี่จะลงทุน 5% ให้บริษัทแห่งใหม่ด้วย โดยโซนี่จะหยุดเปิดตัวสินค้าในกลุ่มพีซีทั้งหมดช่วงกลางปีนี้

การเปิดหมวกลาตลาดพีซีครั้งนี้ของโซนี่ทำให้โลกหันไปมองเจ้าพ่อซอฟต์แวร์อย่างไมโครซอฟท์ (Microsoft) เนื่องจากโซนี่คือหนึ่งในผู้ผลิตพีซีระบบปฏิบัติการวินโดวส์รายใหญ่ การล่มสลายของอาณาจักรพีซีโซนี่จึงสะท้อนว่าอุตสาหกรรมพีซีวินโดวส์กำลังถึงทางตัน

ผลกระทบต่อทีวี E-Book

นอกจากการขายแผนกพีซี โซนี่ยังจะแยก (spin off) ธุรกิจทีวีออกมาตั้งเป็นบริษัทใหม่ด้วย ถือเป็นมาตรการที่เกิดขึ้นหลังจากธุรกิจทีวีของโซนี่ไม่สามารถทำกำไรได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ในปีการเงินนี้ ซึ่งจะสิ้นสุดปีการเงินในวันที่ 31 มีนาคม 2014

การปรับโครงสร้างธุรกิจทีวีจะทำให้โซนี่สามารถลดต้นทุนเพื่อกลับมามีกำไรอีกครั้ง โดยการแยกธุรกิจโทรทัศน์ออกจากบริษัทหลักจะทำให้โซนี่มีตัวเลขขาดทุนลดลง พร้อมกับแผนการลดจำนวนพนักงานครั้งใหญ่ที่คาดว่าจะสูงถึง 5,000 ตำแหน่ง (1,500 ตำแหน่งในญี่ปุ่น และอีก 3,500 ตำแหน่งในต่างประเทศ) ซึ่งล้วนเป็นพนักงานที่เกี่ยวข้องกับสายการผลิตโทรทัศน์ และพีซี

ล่าสุด โซนี่ประกาศปิดบริการร้านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ หรืออีบุ๊ก (eBook) ในอเมริกาเหนือแล้ว โดยโอนย้ายลูกค้าและทรัพยากรทั้งหมดให้แก่บริษัทคู่แข่งที่กลายเป็นพันธมิตรอย่าง “โกโบ (Kobo)”

บริการอีบุ๊กของโซนี่ใช้ชื่อว่า “รีดเดอร์ อีบุ๊ก (Reader eBook)” เบื้องต้นบริการนี้มีกำหนดปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 มีนาคม 2014 นี้ โดยหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้โซนี่ตัดสินใจโอนย้ายลูกค้าอีบุ๊กของตัวเองให้แก่ Kobo คือ Kobo นั้นเป็นแพลตฟอร์มอีบุ๊กของเพื่อนร่วมชาติอย่างราคุเทน (Rakuten) ขณะเดียวกัน Kobo ยังมีอีบุ๊กมากมายทั้งนิตยสาร และนิยายมากกว่า 4 ล้านเรื่อง

ก็ต้องบอกคำเดียวว่า พยายามต่อไปนะโซนี่ที่รัก

ที่มา http://manager.co.th/cyberbiz


Social Comment

Loading Facebook Comments ...

Leave a Reply